posted on 01 Jan 2010 02:30 by pigeonline
ผ่านพ้นเสียงพลุจุดจัดดังเปรี้ยงปร้าง
นกพิราบตัวเดิมจนใจจะบินหนีลี้หลบไปตรงไหน
สองปีกก็บางเกินจะป้องกันความดังร้อยกว่าเดซิเบล
มันจึงปลงนั่งฟังเสียงประทัดจัดเป็นแบ็กกราวน์ของความนิ่งสีดำยามกลางคืน
'ข้ามปี' แล้วหลังจบการนับถอย สาม-สอง-หนึ่ง
มันได้ยินเสียงเพลงคณะก้านคอคลับเล็ดลอดออกจากตามช่องบ้าน
ใช่, ปีสองศูนย์หนึ่งศูนย์แล้ว!
นกมองทุกอย่างรอบตัว...
บางสิ่งไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อาจมีบ้างคือขยะรกเละ
ใบไม้แห้งเกาะกรอบอยู่บนก้านกิ่งมะลิยังคงทนไม่ปลิดปลิวหายไปไหน
สีแห้งกรังของขอบกำแพงบ้านที่หันสู้แดดไม่ได้กรอบแกร่บหนักหนาทันตาช่วงข้ามคืน
ดวงจันทร์สุกสว่างยังแจกจ่ายแสงนวลจ้าตามประสาดาวเคราะห์บริวาร
ชายหนุ่มนั่งอยู่ในห้องกับปลาเลี้ยงหกตัว
เขามองพวกมันอย่างไม่เข้าใจ มันจะตื่นเต้นกับเลขศักราชที่พลิกไปไหม?
เลิ่กคิ้วสูงกระพริบตาถี่พร้อมความไม่เข้าใจ มองฝ้าวอนให้ช่วยหาคำตอบ
เวลานี้เขาง่วงหง่าวมากเกินจะจินตนาการคำตอบจากปลาที่เขารู้ดีว่ามันจะไม่ตอบอะไร
นกพิราบขยับปีกกระพือคล้ายเตรียมบิน แต่ก็หุบปีกลง
มันแค่อยากบิดขี้เกียจ ไม่ได้ขยันอยากออกบินไฟล์ทดึก ไอ้คนบรรยายมันคิดไปเอง
แต่ถ้าหากบินไป...
มันรู้ว่ามันจะพบประเทศหนึ่งกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่เอี่ยม
ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่เจ้าหนุ่มประตูไม้คนนั้นหลับฝันหวานหลังวางโทรศัพท์มือถือ
แล้วถัดจากประเทศนั้น มันจะเจออีกประเทศหนึ่งกำลังตื่นเต้นกับเลขศักราชใหม่
แล้วอีกประเทศหนึ่ง ประเทศหนึ่ง ประเทศหนึ่ง...
มันรู้ดีว่าแม้แต่นกกับนก ขอเพียงแค่ยืนอยู่คนละตำแหน่ง
ก็เท่ากับ 'คนละตำแหน่ง'
ไม่มีนกหน้าไหนถยืนทับกันโดยสมบูรณ์
ใกล้แค่ไหนอย่างไรก็ต้องมีเลื่อมล้ำกัน
โลกก็เหมือนกัน ถึงหมุนไปด้วยความเร็วเสมอกัน
แต่มนุษย์ก็ไม่ได้ยืนอยู่บนจุดเดียวกัน
เป็นสิ่งที่พวกคนเห็นชัด แต่ไม่ยักเข้าใจ
แล้วก็ไม่ใช่แค่โลกบนดินแข็งกลมกว้างเท่านั้น
'โลกข้างใน' ก็เหมือนกัน
โลกของใครของมันอันเป็นดาวเคราะห์คนละดวง
และ-อาจเป็นไปได้ว่า
เวลาในโลกนั้นอาจไม่เดิน นาฬิกามีไว้แต่ไร้การขยับสักวินาที...
คนบางคนยังคงอยู่ในปีสองศูนย์ศูนย์เก้า
เพราะเขายังไม่พร้อมให้บางสิ่งบางอย่างต่างไป
บางคนยังอยู่ในปีสองพันแปด
บางคนอยู่ในปีหนึ่งเก้าเจ็ดสี่
บางคนยังอยู่ในปีเก้าแปด
จมอยู่กับความโบราณของข้อมูล
จมอยู่กับความหวานย้อยของรสชาติอดีตผล
จมอยู่กับสมอของสมองที่ปักเอาไว้ไม่ให้เรือลอยไปไหน
คนเราไม่เคยเท่าเทียม
โดยเฉพาะจำนวนของเรื่องราว ความรู้สึก ความทรงจำ
ไปจนถึงปัจจัยต่างต่างสำหรับการตัดสินใจ
มันรู้, ท่ามกลางความมืดหม่น นกพิราบถอนใจยาว
เขาเองก็ถอนใจยาวราวลอก ทิ้งตามองนอกหน้าต่าง
พระจันทร์คืนนี้ส่องสว่างงามกว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะคือคืนพิเศษ
สวย, ทว่า-ไร้น้ำหนัก
เขากระซิบดวงจันทร์เบาเบาว่าอย่าน้อยใจไปหากมีอะไรสวยกว่า
ยักไหล่, เลิกคิ้วหลังมองดวงจันทร์ที่ถลีงตาใสคล้ายเค้นคำตอบ
แหม-
"ก็ช่วยไม่ได้นะ คนบางคนไม่คิดจะออกไปจากปีเก่า-
วันเดือนปีไม่สำคัญอะไรนัก ถ้าเรารักที่จะอยู่ในเวลาเดิม
เรื่องมันก็แค่นั้น"
posted on 30 Dec 2009 03:56 by pigeonline
ดึกดื่นตีสองเจ็ดนาที
ท้องฟ้าหน้าหนาวที่ร้อนตับแตกเคลียร์ใส
บรรยากาศจวนเจียนปีใหม่ทำให้วันหยุดยาวเป็นราววันเสาร์ระบบรีพีท
นกพิราบเจ้าของรังประจำซอกหลังคาทาวน์เฮาส์สูงสามชั้นเกินระยะแมวคว้า
มันสบถ-แถวนี้แมวชุมพอกับยุงลาย ถ้านกกินยุงเป็นอาหารป่านนี้มันคงอ้วนขั้นพิการ!
รอดไปที่ยุงไม่นิยมดมตอมนก ไม่ว่ายุงตัวผู้ตัวเมียหรือเพศไหน
นกผิดตรงไหน? วูปหนึ่งมันนึกน้อยใจ
เวลากึ่งกลางคืนราวนี้
ขอแค่มีรถสักคันวิ่งผ่านอาจทำให้บ้านทาวน์เฮาส์แถวนี้สั่น
ประสาอะไรกับบ้านนก? ความรำคาญเข้าครอบ...
หนึ่งระยะโผ มันร่อนจากรังสู่เส้นสายไฟเหมือนโน้ตห้าเส้น
หากเป็นแท็ปกีตาร์มันเลือกเกาะบนสายอีต่ำ
จากตรงนี้, นอกจากไฟบนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา
บ้านตรงข้ามนั่นยังคงเปิดไฟสว่างทังสเตนสว่างจ้า...
ประตูไม้ปิดเงียบ กระแทกปังเล็กน้อยเวลาลมกระโชก
ในห้องเงียบกว่า แต่ส่งเพียงเสียงตู้แอร์คอนดิชั่นมาดังหึ่งริมระเบียง
มันนึกเห็นใจนิดหน่อยที่ขนาดถูกใช้งานหนักแล้วยังไม่ต้องมานั่งอย่างว้าเหว่
ถึงแม้บ้านติดกันจะมีตู้แอร์ฯ หัวอกเดียวกันกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่
แต่ปากของพวกมันไม่เคยว่างพอตะโกนคุยกันได้
ผ่านซอกผ้าม่านสีเนื้ออ่อน ด้านในห้องส่องแสงทังสเตน
เปิดแอร์อุณหภูมิยี่สิบห้าเย็นฉ่ำตามคำแนะนำกระทรวงพลังงาน
เขานั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน น้อยหนจะเดินออกจากตำแหน่งไปได้ไกลเกินห้านาที
สายตาจับจ้องจอภาพ
นิ้วพิมพ์ยุกยิกสลับกัลอุปกรณ์บางอย่างที่สมมติว่านกรู้เรื่องว่ามันคือเมาส์
เขาคงกำลังมีอะไรต้องคิด...
มือวางเท้าคาง สายตาเหม่อลอยต้องตากับผ้าม่านราวตกหลุมรัก
เสียงโทรทัศน์เบาลงฉบับจนสูญเดซิเบลด้วยฝีมือรีโมตขี้บังคับ
กลายเป็นเสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะไม้ดังแทนที่
ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-
ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-
ก๊อก-ก๊อก-
...
จนมันรู้สึกกำลังเกาะอยู่เหนือบ้านสังกะสีในคืนฝนซา
เม็ดน้ำหยดลงเสียงดังกังวานเนิบช้า
ก๊อก-
ก๊อก-
ก๊อก-
ก๊อก-
มันรู้สึกว่าอากาศเย็นขึ้นเล็กน้อยเพียงแค่คิดถึงหลังคาสังกะสี
เขาเหม่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
มันเกาะอยู่บนสายไฟ...
โปรแกรมเวิร์ดแพดเปิดอ้าด้วยความเร็วพนักงานจอมขยันที่ไม่มีอะไรเคลือบแฝง
(ขยาย: คือทำงานที่มอบหมายในระยะเวลาที่เจ้านายแปลกใจ)
มันสงสัยว่าบางใครบางคนจะบรรยายบางเรื่องให้มากความไปทำไมหากมันมิได้สลักสำคัญ
เขานั่งพยักหน้าเหมือนกับเห็นด้วย...
บล็อกพิเจียนไลน์ถูกเปิดมานานแล้วหากหน่วยเป็นวัน ไม่นานนักในหน่วยเดือน
สาเหตุ: เขาไม่อยากใช้ตัวเองเล่าเรื่องอีกต่อไปเหมือนอย่างเวลาก่อนหน้า
เพราะมันทำให้เขาต้องนิ่งเงียบทั้งที่มีบางอย่างอยากตะโกนออกไปในบ้านของตัวเอง
แค่เพลงทำนองเพลงหวานติดหู หากอยากฮัมในลำคอบางเบาก็ยังมิสามารถ
เป็นสิ่งมิควรบนโลกของข้าพเจ้า-เขาคิด
แต่-ข้าพเจ้าไม่มากพอจะต่อกรกับมันโดยตรง-เขาคิดต่ออีก
ก่อนหน้านี้เขาไม่มั่นใจนัก กลัวถูกมองว่ากระแดะที่จะเล่าเรื่องผ่านปากนกพิราบ
นกที่เขาชอบที่สุดในบรรดานกทั้งมวล
(ถึงจะเคยถูกพวกมันนับร้อยตัวรุมแย่งอาหารจากมือจนต้องวิ่งหนี)
มันนั่งอยู่แทบทุกหนที่เขาชายตามอง
บนสายไฟฟ้า บนซอกหลังคาบ้าน บนหลังคาวัด บนกิ่งไม้
บนหลังเก้าอี้ในสวนสาธารณะ บนปล่องเมรุของวัด
บนต้นไม้ของสุสาน บนยอดตึกธนาคาร
บนอาคารรัฐสภา บนสถานอาบ-อบ-นวด
เขาไม่เคยพบวันไม่พบนกพิราบ
และไม่เคยไม่พบวันที่ตัวเองไม่อิจฉาพวกมัน
ทุกหนที่มองไปเห็นสายตาแข็งกร้าว อ่อนนุ่ม จิตใจแข็งมั่นคง
ความไม่กลัวคนแต่มึงจงอย่ามาสุงสิง สมาธิสูง ฯลฯ
เขารู้ว่าจริงจริงแล้วมันเป็นเพียงธรรมชาติของนก มึงอย่ามาทำเป็นติสต์
แต่ก็ทำไม กูคิดอย่างนั้นนี่...
เขาเถียงกับตัวเองอย่างนี้ตลอดเวลาที่พบว่าเริ่มจะฟุ้งเฟ้อเพ้อเจ้อ
นกพิราบเกาะสายไฟนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอด
เขาคิดว่ามันอาจกำลังเฝ้ามองพฤติกรรมของมนุษย์อย่างเวทนา
มองลิงเขตร้อนที่ริอ่านสถาปณารัฐของตัวเองขึ้นมา
เปลี่ยนสปีชี่ยส์ให้สูงศักดิ์จัดตนว่าเป็นสัตว์ผู้ประเสริฐ
อ้างว่าการพัฒนาเป็นการส่งเสริม สงครามเท่ากับโอกาส ฯลฯ
(ไปยาลใหญ่ของนกคงล้ำลึกกว่าเขานัก!)
ถึงเขาไม่รู้ใจหรือหัวนอนปลายเท้าของสัตว์ประเภทนกชนิดพิราบบ้านอย่างละเอียดถ้วน
แต่เขาก็สร้างบล็อกพิเจียนไลน์เอาไว้ให้รกร้างเนื้อที่ของเว็บฟรีบล็อกจนได้
(หวังว่าเจ้าของคงไม่โกรธ)
แล้วก็เฝ้าฝันตั้งใจว่าต้องอัพอะไรบางอย่างผ่านปากนกพิราบสักตัวให้ได้
แต่...
ผ่านไปเป็นวัน-เดือน ก็ไม่ยักมีอะไรกระดิก จะมีก็เพียงความตั้งใจอันไร้น้ำหนัก
กระทั่งก่อนหน้าตีสองเจ็ดนาทีวันนี้ก็ยังไม่ได้คิดว่าจะลงนิ้วพิมพ์เนื้อหาใด
แต่...เขาก็ตัดสินใจเริ่มเขียนเพราะอยากให้ใครบางคนไปอาบน้ำ!
"เซอเรียล!
เซอเรียล!"
เขาคิดและหัวเราะหึหะคนเดียว-หึ-หะ
นกพิราบตัวเดิมมองลอดผ้าม่านที่กระดิกไหวเล็กน้อยจากแรงลมแอร์
สายตาเย็นชาของมันบรรจุความสงสัยว่ามันเป็นอะไรของมัน?
บางสิ่งบางอย่างไม่เคยต้องการเหตุผลอันสมควร
ฤกษ์งามยามดีแค่ไหนไม่อาจกระตุ้นอะไรได้นอกจากข้ออ้างสั่วสั่วของมนุษย์ขี้เกียจอย่างเขา
กะอีแค่เขียนบล็อกสักเรื่องทำไมต้องใช้พลังขับเคลื่อนเยอะแยะขนาดนั้น
??
ไม่รวมถึงการใช้ชีวิตในเรื่องเล็กน้อยเช่น การทำงาน การเรียน ถูบ้าน เช็ดพื้น จัดห้องให้เข้าที่
เหล่านั้นไม่ควรค่าแก่การรอคอยนัก เว้นแต่เขาจะสร้างนวนิยายให้ตัวเองเพลิดเพลินเท่านั้นเอง
เพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อย-เรื่อย-เรื่อย
เขาหัวเราะ หึ-หะ อีกหนให้แก่ความอ่อนปวกเปียกของตัวเอง
เขา-บุคคลที่เฝ้าคิดว่าตัวเองมีพลังมากล้น แต่สุดท้ายก็หมดลงตรงก้อนความคิดที่ใช้แรงกระจิริดสร้าง
เหมือนคิดทำลายพระจันทร์ด้วยปืนหนังกะติ๊กที่ดันเชื่อว่าทรงอาณุภาพ
"เหมือนคิดทำลายพระจันทร์ด้วยปืนหนังกะติ๊กที่ดันเชื่อว่าทรงอาณุภาพ"
เขียนถึงบรรทัดนี้เขาถูมือไปมาราวกับชอบมันหนักหนา คิดไปเองว่าคมคาย
แล้วพิมพ์ต่อ:
ตอนนี้เขาตาสว่างหนัก เหมือนตัวเองค้นพบได้ว่าสามารถจุดระเบิดความมุ่งมั่นได้โดยตนเอง
เท่แค่ไหนที่สังเคราะห์เหตุการณ์รอบตัวแล้วกลั่นกรองออกมาเป็นถ้อยคำที่อ่านแล้วเหมือนจะหล่อได้
เขาตาสว่างแต่หน้ามืดตามัวลืมตัวไปว่า ฉันไม่เคยเป็นบุคคลขี้เกียจตัวเป็นขนมาก่อนเก่า
ลืมจนสิ้นว่าชีวิตของคนเรามีช่วงเวลาของการไม่แตกฉาน
มนุษย์นับหนึ่งทุกครั้งเมื่อมีโอกาส พยายามหลีกหนีอดีต ด้วยพิธีกรรมบ้วนรสขมสู่รสขมกว่า!
ลมฤดูหนาวพัดมาตอนตีสามกว่า
นกพิราบยังเกาะตรงที่เดิม ลมอุ่นใหญ่พัดมันหวั่นไหว ทว่ายังไม่อยากเข้ารังนอน
มันกำลังทำความเข้าใจว่า มนุษย์มักคิดว่าตัวเองเป็นในสิ่งที่ตัวเอง 'คิดได้'
ส่วนเขา-
เขาลืมไปแล้วว่าขณะที่คิดว่าตัวเองกำลังเริ่มมีเหตุผล
กำลังลงมือสร้างงานใหม่จากแนวคิดใหม่ที่นึกขึ้นได้โดยบังเอิญฉับพลัน
มันเกิดจากความตั้งใจบนข้ออ้างไร้เหตุผลหนึ่งเดียวคือ 'อยากให้ใครบางคนไปอาบน้ำ!'
ในห้องแสงสีทังสเตนยังเปิดไฟสว่างโร่ เสียงคีย์บอร์ดยังพิมพ์-รัว-รัว-รัว
ไม่นาน สิ้นเสียงเคาะปุ่มเอ็นเทอร์ครั้งสุดท้าย
นกตัวนั้นทิ้งสายไฟคีย์อีต่ำกลับสู่รังนอน
สะบัดหัวส่ายไปมา
ถ้ายังอ่านตัวเองไม่ออก แล้วใครจะอ่านเอ็งออก
"ไร้สาระ"